เงินประกันห้องพักคืออะไร และขอคืนได้เมื่อไร อัปเดตปี 2569
ก่อนเข้าอยู่ในห้องเช่า ผู้เช่าส่วนใหญ่มักต้องจ่ายเงินหลายรายการ ทั้งค่าเช่าล่วงหน้า เงินจอง และเงินประกันห้องพัก หลายคนจึงเข้าใจว่าเงินทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายแล้วไม่ได้คืน หรือคิดว่าเจ้าของห้องสามารถหักเงินประกันได้ตามต้องการ
ความจริงแล้ว เงินประกันห้องพักเป็นเงินที่ผู้เช่าวางไว้เพื่อรับรองความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเช่า ไม่ใช่รายได้ที่ผู้ให้เช่าสามารถริบไว้ได้โดยไม่มีเหตุผล เมื่อสิ้นสุดสัญญาและผู้เช่าส่งคืนห้องเรียบร้อย เงินส่วนนี้จึงควรได้รับคืนหลังตรวจสอบสภาพห้องและหักเฉพาะรายการที่ผู้เช่าต้องรับผิดชอบจริง
บทความนี้จะอธิบายว่าเงินประกันห้องพักคืออะไร แตกต่างจากค่าเช่าล่วงหน้าอย่างไร ผู้ให้เช่าหักค่าอะไรได้บ้าง และผู้เช่าควรได้รับเงินคืนภายในกี่วัน
เงินประกันห้องพักคืออะไร
เงินประกันห้องพัก หรือที่หลายคนเรียกว่า เงินมัดจำห้องเช่า คือเงินที่ผู้เช่ามอบให้ผู้ให้เช่าเก็บไว้ชั่วคราว เพื่อใช้เป็นหลักประกันในกรณีที่เกิดความเสียหายจากการกระทำของผู้เช่า หรือมีค่าใช้จ่ายที่ค้างชำระตามเงื่อนไขในสัญญา
ตัวอย่างเหตุผลที่มีการเรียกเก็บเงินประกัน ได้แก่
- ป้องกันความเสียหายที่เกิดกับห้อง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
- รองรับกรณีทรัพย์สินภายในห้องสูญหาย
- ใช้ชำระค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าค้างไว้
- เป็นหลักประกันว่าผู้เช่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญในสัญญา
เมื่อสิ้นสุดสัญญา หากห้องไม่มีความเสียหายเกินกว่าการใช้งานตามปกติ และผู้เช่าไม่มีค่าใช้จ่ายค้างชำระ ผู้ให้เช่าต้องคืนเงินประกันตามจำนวนที่เหลืออยู่
เงินประกัน ค่าเช่าล่วงหน้า และค่าจอง ต่างกันอย่างไร
เงินทั้งสามประเภทมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ผู้เช่าจึงควรตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนโอนเงิน
| รายการ | วัตถุประสงค์ | การคืนเงิน |
|---|---|---|
| เงินประกัน | ประกันความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง | คืนเมื่อสิ้นสุดสัญญาหลังหักรายการที่ต้องรับผิดชอบ |
| ค่าเช่าล่วงหน้า | ชำระค่าเช่าสำหรับเดือนแรก เดือนสุดท้าย หรือช่วงเวลาที่กำหนด | นำไปใช้เป็นค่าเช่าตามข้อตกลง |
| ค่าจอง | ยืนยันว่าผู้เช่าต้องการเก็บห้องไว้ | ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการจองและข้อตกลง |
ดังนั้น ก่อนชำระเงินควรขอเอกสารหรือใบเสร็จที่แยกให้เห็นว่า จำนวนใดเป็นเงินประกัน จำนวนใดเป็นค่าเช่าล่วงหน้า และจำนวนใดเป็นค่าจอง ไม่ควรรวมยอดทั้งหมดไว้โดยไม่มีรายละเอียด
เงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้าเก็บได้เท่าไร
ตามประกาศควบคุมสัญญาเช่าที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2568 ธุรกิจให้เช่าที่อยู่อาศัยซึ่งเข้าเกณฑ์กฎหมายต้องใช้สัญญามาตรฐานและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
สำหรับสัญญาเช่าที่อยู่อาศัยระยะสั้นไม่เกิน 3 ปี ผู้ประกอบธุรกิจไม่ควรกำหนดให้เงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้า รวมกันเกิน 3 เดือนของอัตราค่าเช่ารายเดือน ตัวอย่างเช่น ค่าเช่าเดือนละ 6,000 บาท ยอดเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้ารวมกันต้องไม่เกิน 18,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขของประกาศดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ประกาศฉบับนี้ใช้กับผู้ประกอบธุรกิจที่มีสถานที่ให้เช่าตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไป ส่วนผู้ให้เช่ารายย่อยหรือที่พักซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ อาจมีหลักเกณฑ์แตกต่างออกไป ผู้เช่าจึงต้องอ่านสัญญาและตรวจสอบประเภทของที่พักร่วมด้วย
เงินประกันห้องพักขอคืนได้เมื่อไร
โดยหลักแล้ว เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดและผู้เช่าส่งมอบห้องคืน ผู้ให้เช่าต้องคืนเงินประกันทันที เว้นแต่ต้องใช้เวลาตรวจสอบความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าต้องรับผิดชอบ
แนวทางตามประกาศควบคุมสัญญาปัจจุบันแบ่งเป็น 2 กรณีสำคัญ
กรณีไม่มีความเสียหาย
หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้เช่าไม่ได้ทำให้ห้อง ทรัพย์สิน หรืออุปกรณ์เสียหาย ผู้ประกอบธุรกิจต้องคืนเงินประกัน ภายใน 7 วัน หลังสิ้นสุดสัญญาและได้รับคืนห้องแล้ว
กรณีมีความเสียหายจากผู้เช่า
หากพบความเสียหายที่เกิดจากการกระทำหรือการใช้งานของผู้เช่า ผู้ให้เช่าสามารถหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการแก้ไขความเสียหายออกจากเงินประกันได้ และต้องคืนเงินส่วนที่เหลือให้ผู้เช่า ภายใน 14 วัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ให้เช่าไม่ควรหักค่าใช้จ่ายในกรณีที่เป็นความเสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ เหตุสุดวิสัย หรือเหตุที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้เช่า
ผู้ให้เช่าหักเงินประกันค่าอะไรได้บ้าง
การหักเงินประกันควรมีเหตุผล มีหลักฐาน และสัมพันธ์กับความเสียหายจริง ไม่ควรใช้วิธีประเมินราคาโดยไม่มีรายละเอียด
รายการที่อาจหักจากเงินประกันได้ เช่น
- กระจก ประตู หรือสุขภัณฑ์แตกจากการใช้งานผิดปกติ
- เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายจากผู้เช่า
- ทรัพย์สินภายในห้องสูญหาย
- รอยเจาะหรือการดัดแปลงห้องที่ไม่ได้รับอนุญาต
- ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่ค้างชำระและระบุไว้ในสัญญา
- ค่าเก็บกวาดในกรณีที่ห้องสกปรกผิดปกติหรือมีขยะจำนวนมาก
- ค่าเปลี่ยนกุญแจหรือคีย์การ์ดที่ผู้เช่าทำสูญหาย
ผู้ให้เช่าควรแจ้งรายการหักอย่างชัดเจน พร้อมแสดงภาพความเสียหาย ใบเสนอราคา ใบเสร็จ หรือหลักฐานค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้เช่าสามารถตรวจสอบได้
ค่าใช้จ่ายแบบใดไม่ควรถูกหักจากเงินประกัน
ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสื่อมสภาพที่เกิดจากการใช้งานตามปกติ เพราะเป็นธรรมชาติของทรัพย์สินที่มีอายุการใช้งาน
ตัวอย่างรายการที่ไม่ควรถูกหักโดยไม่มีเหตุผลหรือหลักฐาน ได้แก่
- สีผนังซีดหรือหมองลงตามอายุ
- เครื่องใช้ไฟฟ้าเสื่อมสภาพตามระยะเวลา
- เฟอร์นิเจอร์มีร่องรอยเล็กน้อยจากการใช้งานทั่วไป
- ก๊อกน้ำหรือท่อน้ำชำรุดจากอายุของอุปกรณ์
- การทาสีใหม่ตามรอบบำรุงรักษาของผู้ให้เช่า
- ค่าปรับปรุงห้องเพื่อเตรียมรับผู้เช่ารายใหม่
- ความเสียหายที่มีอยู่ก่อนผู้เช่ารับห้อง
- ความเสียหายจากเหตุสุดวิสัยหรือเหตุที่ผู้เช่าไม่ได้เป็นผู้ก่อ
ประกาศควบคุมสัญญาไม่อนุญาตให้ใช้ข้อสัญญาที่บังคับให้ผู้เช่ารับผิดชอบต่อความเสียหายจากการใช้งานตามปกติ หรือให้ผู้ให้เช่าริบเงินประกันทั้งจำนวนทั้งที่ผู้เช่าไม่ได้เป็นฝ่ายผิด
ย้ายออกก่อนครบสัญญา ยังได้เงินประกันคืนหรือไม่
การย้ายออกก่อนครบสัญญาไม่ได้หมายความว่าผู้ให้เช่าจะริบเงินประกันได้ทุกกรณี ต้องพิจารณาเงื่อนไขในสัญญา เหตุผลของการย้ายออก ระยะเวลาที่แจ้งล่วงหน้า และผู้เช่ามีค่าใช้จ่ายค้างชำระหรือไม่
สำหรับสัญญาที่อยู่ภายใต้ประกาศควบคุมสัญญา ผู้เช่าอาจบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดได้เมื่อพักอาศัยมาแล้วไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของระยะเวลาตามสัญญา แจ้งผู้ให้เช่าเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และไม่มีค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายค้างชำระ
แต่หากผู้เช่าย้ายออกทันทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญในสัญญา ผู้ให้เช่าอาจมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามที่เกิดขึ้นจริงได้ จึงควรเจรจาและทำเอกสารยืนยันก่อนคืนห้องทุกครั้ง
วิธีเตรียมตัวเพื่อให้ได้เงินประกันคืนครบ
การป้องกันปัญหาควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่รับห้อง ไม่ใช่รอจนถึงวันที่ย้ายออก
ก่อนเข้าอยู่
ถ่ายรูปและวิดีโอสภาพห้องทุกจุด โดยเฉพาะผนัง พื้น ประตู ห้องน้ำ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า หากพบรอยแตก รอยเปื้อน หรืออุปกรณ์ชำรุด ควรแจ้งผู้ให้เช่าทันทีและเก็บข้อความสนทนาไว้
ควรจัดทำรายการทรัพย์สินภายในห้องและให้ทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อรับรอง เพราะหลักฐานตรวจรับสภาพห้องจะช่วยเปรียบเทียบว่า ความเสียหายใดมีอยู่ก่อนเริ่มเช่า
ก่อนย้ายออก
แจ้งวันที่ย้ายออกเป็นลายลักษณ์อักษรตามระยะเวลาที่สัญญากำหนด ชำระค่าเช่าและค่าใช้จ่ายให้เรียบร้อย ทำความสะอาดห้อง และถ่ายเลขมิเตอร์น้ำกับมิเตอร์ไฟในวันส่งมอบ
ควรนัดผู้ให้เช่าตรวจห้องพร้อมกัน และจัดทำใบส่งมอบห้องที่ระบุว่าได้รับกุญแจ คีย์การ์ด และทรัพย์สินครบถ้วนแล้ว
หลังส่งคืนห้อง
แจ้งเลขบัญชีสำหรับรับเงินคืน และขอให้ผู้ให้เช่ายืนยันวันที่จะคืนเงินเป็นข้อความ หากมีการหักค่าใช้จ่าย ควรขอรายการหักพร้อมหลักฐานก่อนยอมรับยอดเงินคืน
ตัวอย่างข้อความขอคืนเงินประกันห้องพัก
เรียนผู้ให้เช่า
ตามที่สัญญาเช่าห้องเลขที่ ______ สิ้นสุดลงในวันที่ ______ และข้าพเจ้าได้ส่งมอบห้อง กุญแจ และทรัพย์สินภายในห้องเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ______
จึงขอให้ดำเนินการตรวจสอบและคืนเงินประกันจำนวน ______ บาท โดยสามารถโอนเข้าบัญชี ______ เลขที่บัญชี ______
หากมีรายการค่าใช้จ่ายที่ต้องหักจากเงินประกัน กรุณาแจ้งรายละเอียดพร้อมหลักฐานค่าใช้จ่ายเพื่อให้สามารถตรวจสอบร่วมกันได้
ขอขอบคุณ
การส่งข้อความผ่านช่องทางที่สามารถตรวจสอบวันและเวลาได้ เช่น LINE อีเมล หรือจดหมายลงทะเบียน จะช่วยใช้เป็นหลักฐานได้ดีกว่าการพูดคุยทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว
เจ้าของห้องไม่คืนเงินประกันต้องทำอย่างไร
หากพ้นระยะเวลาที่ควรคืนแล้ว ผู้ให้เช่ายังไม่คืนเงินหรือไม่ชี้แจงรายการหัก ผู้เช่าควรดำเนินการตามลำดับดังนี้
- ทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษรและกำหนดวันที่ต้องการให้ชำระ
- แนบสำเนาสัญญา หลักฐานการจ่ายเงิน และใบส่งมอบห้อง
- ขอรายละเอียดการหักเงินพร้อมใบเสร็จหรือหลักฐานความเสียหาย
- เก็บข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และเอกสารการติดต่อทั้งหมด
- หากยังตกลงกันไม่ได้ ให้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผู้เช่าสามารถขอคำปรึกษาหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค 1166 รวมถึงช่องทาง OCPB Connect โดย สคบ. มีการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการในกรณีไม่คืนเงินประกันหรือหักเงินโดยไม่มีหลักฐานมาแล้ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินประกันห้องพัก
เงินประกันต้องได้คืนเต็มจำนวนหรือไม่
ได้คืนเต็มจำนวนเมื่อผู้เช่าไม่มีค่าใช้จ่ายค้างชำระ ห้องไม่มีความเสียหายจากความผิดของผู้เช่า และส่งคืนทรัพย์สินครบถ้วน หากมีความเสียหาย ผู้ให้เช่าหักได้เฉพาะค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและควรมีหลักฐาน
ผู้ให้เช่าหักค่าทาสีใหม่ได้หรือไม่
หากเป็นการทาสีตามรอบบำรุงรักษาหรือสีซีดจากการใช้งานตามปกติ ไม่ควรหักจากผู้เช่า แต่ถ้าผนังมีความเสียหายผิดปกติ เช่น ถูกขีดเขียน เปื้อนรุนแรง หรือทาสีเปลี่ยนโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเรียกเก็บค่าแก้ไขตามความเสียหายจริงได้
ไม่มีรูปสภาพห้องตอนเข้าอยู่ ยังขอเงินคืนได้หรือไม่
ยังขอคืนได้ แต่การพิสูจน์ว่าสภาพห้องเดิมเป็นอย่างไรอาจยากขึ้น ควรรวบรวมสัญญา รายการทรัพย์สิน ข้อความสนทนา และพยานที่เกี่ยวข้องมาประกอบ
เงินประกันใช้แทนค่าเช่าเดือนสุดท้ายได้หรือไม่
ไม่ควรนำเงินประกันมาใช้แทนค่าเช่าเอง เว้นแต่ผู้ให้เช่ายินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเงินประกันกับค่าเช่าล่วงหน้ามีวัตถุประสงค์ต่างกัน การหยุดจ่ายค่าเช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจทำให้ผู้เช่ากลายเป็นผู้ผิดสัญญา
สรุปเรื่องเงินประกันห้องพัก
เงินประกันห้องพักเป็นเงินที่ผู้ให้เช่าเก็บไว้ชั่วคราวเพื่อคุ้มครองความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เงินที่สามารถริบไว้ได้โดยอัตโนมัติ
เมื่อสิ้นสุดสัญญาและส่งคืนห้องแล้ว หากไม่มีความเสียหาย ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ประกาศควบคุมสัญญาต้องคืนเงินภายใน 7 วัน หากมีความเสียหายจากผู้เช่า สามารถหักค่าแก้ไขตามจริงและต้องคืนเงินส่วนที่เหลือภายใน 14 วัน
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้เช่าและผู้ให้เช่าควรทำสัญญาให้ชัดเจน ตรวจสภาพห้องร่วมกัน เก็บรูปถ่ายก่อนและหลังเข้าอยู่ และแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างโปร่งใส วิธีนี้จะช่วยลดข้อโต้แย้งและทำให้การคืนเงินประกันเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
กำลังมองหาห้องเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ หรือคอนโด สามารถค้นหาประกาศที่พักและติดต่อผู้ลงประกาศได้ที่ Hahongpak.com