เช่าห้องพักครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง เช็กให้พร้อมก่อนเซ็นสัญญา
การเช่าห้องพักครั้งแรกถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่ต้องย้ายไปเรียนต่างจังหวัด คนเริ่มทำงานที่ต้องการอยู่ใกล้ที่ทำงาน หรือผู้ที่ต้องการย้ายออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง หลายคนอาจตื่นเต้นกับการเลือกห้องใหม่จนลืมตรวจสอบรายละเอียดสำคัญบางอย่าง
หากเตรียมตัวไม่รอบคอบ อาจต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด ห้องพักไม่ตรงกับความต้องการ หรือปัญหาเกี่ยวกับสัญญาเช่าในภายหลัง บทความนี้จาก Hahongpak.com จะพาไปดูว่า ก่อนเช่าห้องพักครั้งแรกควรเตรียมอะไรบ้าง เพื่อให้ได้ห้องที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณมากที่สุด
1. กำหนดงบประมาณค่าเช่าที่จ่ายไหว
สิ่งแรกที่ควรทำก่อนเริ่มค้นหาห้องพักคือการกำหนดงบประมาณ โดยไม่ควรคิดเฉพาะค่าเช่าห้องต่อเดือนเท่านั้น เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องจ่ายเป็นประจำ เช่น
-
ค่าน้ำ
-
ค่าไฟ
-
ค่าอินเทอร์เน็ต
-
ค่าส่วนกลาง
-
ค่าที่จอดรถ
-
ค่าเดินทาง
-
ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายส่วนตัว
ควรเลือกห้องพักที่เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ยังเหลือเงินสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและเงินสำรองฉุกเฉิน ไม่ควรเลือกห้องที่ค่าเช่าสูงจนต้องใช้เงินเกือบทั้งหมดไปกับค่าที่พัก
ตัวอย่างเช่น หากตั้งงบสำหรับที่พักไว้เดือนละ 6,000 บาท อาจเลือกห้องที่มีค่าเช่าประมาณ 4,000–5,000 บาท เพื่อเผื่อค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม
2. เตรียมเงินสำหรับค่าแรกเข้า
ผู้เช่าห้องครั้งแรกควรทราบว่า ในวันทำสัญญาอาจต้องชำระเงินมากกว่าค่าเช่ารายเดือน โดยค่าใช้จ่ายแรกเข้าที่พบได้ทั่วไป ได้แก่
-
ค่าเช่าล่วงหน้า
-
เงินประกันห้องพัก
-
ค่ามัดจำกุญแจหรือคีย์การ์ด
-
ค่าที่จอดรถ
-
ค่าติดตั้งอินเทอร์เน็ต
-
ค่าบริการอื่นตามเงื่อนไขของหอพัก
ตัวอย่างเช่น ห้องพักราคาเดือนละ 4,000 บาท หากเจ้าของห้องเรียกเก็บเงินประกัน 2 เดือน และค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน ผู้เช่าจะต้องเตรียมเงินอย่างน้อย 12,000 บาท โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น
ก่อนเดินทางไปทำสัญญา ควรถามเจ้าของห้องหรือผู้ดูแลให้ชัดเจนว่าต้องเตรียมเงินทั้งหมดเท่าไร และเงินส่วนใดสามารถขอคืนได้เมื่อย้ายออก
3. เตรียมเอกสารที่ใช้ในการเช่าห้อง
หอพักและอพาร์ตเมนต์แต่ละแห่งอาจขอเอกสารแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปควรเตรียมเอกสารต่อไปนี้
-
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
-
สำเนาทะเบียนบ้าน
-
เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
-
ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน
-
หนังสือรับรองการทำงานหรือบัตรนักศึกษา หากมีการร้องขอ
-
เอกสารของผู้ค้ำประกันในบางกรณี
ควรลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมเขียนกำกับว่าใช้สำหรับทำสัญญาเช่าห้องพักเท่านั้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการนำเอกสารไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
4. เลือกทำเลให้เหมาะกับการใช้ชีวิต
ห้องพักราคาถูกอาจไม่คุ้มค่าเสมอไป หากอยู่ไกลจากที่ทำงานหรือสถานศึกษา เพราะอาจต้องเสียทั้งค่าเดินทางและเวลาเพิ่มขึ้นทุกวัน
ก่อนเลือกห้องควรพิจารณาว่าอยู่ใกล้สถานที่สำคัญหรือไม่ เช่น
-
ที่ทำงานหรือสถานศึกษา
-
ป้ายรถประจำทางหรือสถานีรถไฟฟ้า
-
ร้านสะดวกซื้อ
-
ตลาดหรือร้านอาหาร
-
โรงพยาบาลหรือคลินิก
-
ร้านซักรีด
-
ปั๊มน้ำมัน
-
สถานีตำรวจ
ควรทดลองเดินทางไปยังห้องพักในช่วงเวลาที่ใช้งานจริง เช่น ช่วงเช้าก่อนไปทำงานหรือช่วงเย็นหลังเลิกงาน เพื่อดูสภาพการจราจรและระยะเวลาที่ต้องใช้จริง
5. ตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบห้องพัก
นอกจากตรวจสอบภายในห้องแล้ว ควรสำรวจบริเวณโดยรอบด้วย เพราะสภาพแวดล้อมมีผลต่อความสะดวกและความปลอดภัยในการอยู่อาศัย
สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่
-
ทางเข้าออกมีแสงสว่างเพียงพอหรือไม่
-
พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่
-
มีเสียงดังจากถนน ร้านอาหาร หรือสถานบันเทิงหรือไม่
-
มีระบบรักษาความปลอดภัยหรือกล้องวงจรปิดหรือไม่
-
ประตูทางเข้าอาคารมีระบบล็อกหรือคีย์การ์ดหรือไม่
-
มีคนพลุกพล่านหรือเปลี่ยวเกินไปหรือไม่
-
มีที่จอดรถเพียงพอหรือไม่
ควรไปดูห้องพักทั้งช่วงกลางวันและช่วงเย็น เพราะบรรยากาศของสถานที่อาจแตกต่างกันอย่างมาก
6. ตรวจสอบห้องจริงก่อนจ่ายเงิน
ไม่ควรตัดสินใจเช่าห้องจากรูปภาพเพียงอย่างเดียว เพราะรูปในประกาศอาจเป็นภาพที่ถ่ายไว้นานแล้ว หรือเป็นห้องตัวอย่างที่มีสภาพแตกต่างจากห้องที่จะได้รับจริง
เมื่อตรวจห้อง ควรเช็กอย่างละเอียด เช่น
-
ผนังและเพดานมีรอยร้าวหรือรอยน้ำรั่วหรือไม่
-
ประตูและหน้าต่างสามารถล็อกได้หรือไม่
-
เครื่องปรับอากาศทำงานปกติหรือไม่
-
หลอดไฟและปลั๊กไฟใช้งานได้หรือไม่
-
ก๊อกน้ำและฝักบัวมีแรงดันน้ำเพียงพอหรือไม่
-
ชักโครกสามารถกดน้ำได้ตามปกติหรือไม่
-
ท่อน้ำมีกลิ่นหรือระบายน้ำช้าหรือไม่
-
เฟอร์นิเจอร์มีรอยชำรุดหรือไม่
-
สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตครอบคลุมหรือไม่
หากพบความเสียหาย ควรถ่ายรูปหรือวิดีโอเก็บไว้ และแจ้งเจ้าของห้องก่อนเข้าอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเรียกเก็บค่าเสียหายภายหลัง
7. สอบถามอัตราค่าน้ำและค่าไฟให้ชัดเจน
ค่าน้ำและค่าไฟเป็นค่าใช้จ่ายที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายรายเดือนโดยตรง จึงควรถามให้ชัดเจนก่อนตกลงเช่า
คำถามที่ควรถาม ได้แก่
-
ค่าไฟคิดหน่วยละเท่าไร
-
ค่าน้ำคิดเป็นหน่วยหรือคิดเหมาจ่าย
-
มีค่าบริการส่วนกลางเพิ่มเติมหรือไม่
-
มีขั้นต่ำในการเรียกเก็บค่าน้ำหรือไม่
-
มีค่าขยะหรือค่าบริการอื่นหรือไม่
-
สามารถตรวจสอบเลขมิเตอร์ได้หรือไม่
-
ออกใบเสร็จรับเงินทุกเดือนหรือไม่
ห้องที่มีค่าเช่าถูกแต่อัตราค่าน้ำและค่าไฟสูง อาจมีค่าใช้จ่ายรวมมากกว่าห้องที่มีค่าเช่าแพงกว่าเล็กน้อย ดังนั้นควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจ
8. อ่านสัญญาเช่าให้ครบทุกข้อ
สัญญาเช่าเป็นเอกสารสำคัญที่ระบุสิทธิและหน้าที่ของทั้งผู้เช่าและเจ้าของห้อง ไม่ควรรีบเซ็นโดยยังไม่ได้อ่านรายละเอียด
หัวข้อสำคัญที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
-
ระยะเวลาของสัญญาเช่า
-
วันที่เริ่มต้นและสิ้นสุดสัญญา
-
วันครบกำหนดชำระค่าเช่า
-
ค่าปรับเมื่อชำระล่าช้า
-
เงื่อนไขการคืนเงินประกัน
-
ระยะเวลาแจ้งย้ายออกล่วงหน้า
-
ค่าใช้จ่ายกรณีย้ายออกก่อนครบสัญญา
-
ผู้รับผิดชอบค่าซ่อมแซม
-
กฎเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์
-
กฎเกี่ยวกับผู้มาเยี่ยมหรือการพักค้างคืน
-
ข้อห้ามเกี่ยวกับการสูบบุหรี่หรือทำอาหาร
-
เงื่อนไขการต่อสัญญา
หากมีข้อความส่วนใดไม่เข้าใจ ควรถามให้ชัดเจนก่อนลงชื่อ และต้องได้รับสำเนาสัญญาเช่าเก็บไว้กับตัวเองอย่างน้อยหนึ่งชุด
9. ตรวจสอบเงื่อนไขการคืนเงินประกัน
เงินประกันห้องพักเป็นเงินก้อนสำคัญ ผู้เช่าจึงควรสอบถามรายละเอียดให้ครบถ้วนว่าเงินจะคืนเมื่อใด และมีกรณีใดบ้างที่เจ้าของห้องสามารถหักเงินประกันได้
ควรถามให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้
-
ต้องแจ้งย้ายออกล่วงหน้ากี่วัน
-
เงินประกันจะคืนภายในกี่วัน
-
สามารถหักค่าเสียหายประเภทใดได้บ้าง
-
มีค่าทำความสะอาดเมื่อย้ายออกหรือไม่
-
หากย้ายออกก่อนครบสัญญาจะได้รับเงินประกันคืนหรือไม่
-
ต้องชำระค่าน้ำและค่าไฟรอบสุดท้ายอย่างไร
ควรเก็บหลักฐานการชำระเงิน ใบเสร็จ สัญญาเช่า และรูปสภาพห้องก่อนเข้าอยู่ไว้จนกว่าจะได้รับเงินประกันคืนครบถ้วน
10. ตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับ
ห้องพักแต่ละแห่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกแตกต่างกัน บางแห่งมีเฟอร์นิเจอร์ครบ ขณะที่บางแห่งมีเพียงห้องเปล่า
ก่อนทำสัญญาควรตรวจสอบว่าค่าเช่าครอบคลุมสิ่งใดบ้าง เช่น
-
เตียงและที่นอน
-
ตู้เสื้อผ้า
-
โต๊ะและเก้าอี้
-
เครื่องปรับอากาศ
-
เครื่องทำน้ำอุ่น
-
ตู้เย็น
-
โทรทัศน์
-
อินเทอร์เน็ต
-
เครื่องซักผ้าส่วนกลาง
-
ลิฟต์
-
ที่จอดรถ
-
ระบบรักษาความปลอดภัย
ควรสอบถามด้วยว่า หากอุปกรณ์ที่มากับห้องเสีย ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าซ่อม และสามารถแจ้งซ่อมผ่านช่องทางใด
11. เตรียมของใช้จำเป็นสำหรับวันแรก
ก่อนย้ายเข้าห้อง ควรจัดเตรียมของใช้ที่จำเป็นให้พร้อม เพื่อไม่ต้องเร่งซื้อทุกอย่างในวันเดียว
ของใช้พื้นฐานที่ควรเตรียม ได้แก่
-
ชุดเครื่องนอน
-
หมอนและผ้าห่ม
-
ผ้าเช็ดตัว
-
สบู่ แชมพู และของใช้ส่วนตัว
-
ไม้แขวนเสื้อ
-
ถังขยะและถุงขยะ
-
ไม้กวาดและอุปกรณ์ทำความสะอาด
-
ปลั๊กพ่วงที่ได้มาตรฐาน
-
น้ำดื่ม
-
ยาสามัญประจำบ้าน
-
อุปกรณ์ล็อกเพิ่มเติม หากจำเป็น
ไม่จำเป็นต้องซื้อของทุกอย่างพร้อมกัน ควรเริ่มจากของที่จำเป็นต่อการนอน การอาบน้ำ และการใช้ชีวิตประจำวันก่อน แล้วจึงทยอยซื้อของตกแต่งเพิ่มเติมภายหลัง
12. วางแผนวันย้ายเข้าให้เรียบร้อย
ควรนัดหมายวันและเวลากับเจ้าของห้องหรือผู้ดูแลล่วงหน้า เพื่อรับกุญแจ ตรวจสอบมิเตอร์ และลงบันทึกสภาพห้องร่วมกัน
ในวันย้ายเข้าควรทำสิ่งต่อไปนี้
-
ถ่ายรูปสภาพห้องทุกมุม
-
ถ่ายรูปมิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟ
-
ตรวจนับกุญแจและคีย์การ์ด
-
ตรวจรายการเฟอร์นิเจอร์
-
ขอช่องทางติดต่อผู้ดูแล
-
ขอใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง
-
บันทึกหมายเลขห้องและที่อยู่ให้ถูกต้อง
-
แจ้งผู้ติดต่อใกล้ชิดเกี่ยวกับที่พักแห่งใหม่
การมีหลักฐานตั้งแต่วันแรกจะช่วยลดปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างผู้เช่าและเจ้าของห้องเมื่อถึงวันที่ย้ายออก
13. ระวังมิจฉาชีพและประกาศห้องพักปลอม
ผู้เช่าครั้งแรกควรระมัดระวังประกาศที่มีราคาถูกผิดปกติ หรือผู้ประกาศเร่งให้โอนเงินก่อนดูห้องจริง
สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่
-
ปฏิเสธไม่ให้เข้าดูห้อง
-
อ้างว่าอยู่ต่างประเทศและให้โอนเงินจองก่อน
-
ใช้รูปภาพที่ไม่ตรงกับสถานที่จริง
-
ไม่สามารถแสดงหลักฐานว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลได้
-
เร่งให้โอนเงินภายในเวลาจำกัด
-
ขอข้อมูลส่วนตัวมากเกินความจำเป็น
-
ให้โอนเงินเข้าบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับผู้ทำสัญญา
ทางที่ปลอดภัยคือควรเข้าดูห้องจริง ตรวจสอบตัวตนของผู้ให้เช่า อ่านสัญญา และรับหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง
เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญาเช่าห้องพัก
ก่อนตัดสินใจเช่าห้อง ลองตรวจสอบอีกครั้งว่าคุณดำเนินการครบแล้วหรือไม่
-
กำหนดงบประมาณค่าเช่าและค่าใช้จ่ายรายเดือนแล้ว
-
เตรียมเงินสำหรับค่าเช่าล่วงหน้าและเงินประกันแล้ว
-
เตรียมเอกสารที่จำเป็นแล้ว
-
ตรวจสอบทำเลและการเดินทางแล้ว
-
เข้าดูห้องจริงแล้ว
-
ทดลองใช้น้ำ ไฟ และอุปกรณ์ภายในห้องแล้ว
-
ตรวจสอบค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าบริการทั้งหมดแล้ว
-
อ่านสัญญาเช่าครบทุกข้อแล้ว
-
เข้าใจเงื่อนไขการคืนเงินประกันแล้ว
-
ถ่ายรูปสภาพห้องและเก็บหลักฐานแล้ว
-
ได้รับใบเสร็จและสำเนาสัญญาแล้ว
สรุป
การเช่าห้องพักครั้งแรกไม่ใช่เพียงการเลือกห้องที่สวยหรือค่าเช่าถูกที่สุด แต่ต้องพิจารณาทั้งงบประมาณ ทำเล ความปลอดภัย สภาพห้อง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และรายละเอียดในสัญญาเช่า
ยิ่งตรวจสอบข้อมูลให้ครบก่อนตัดสินใจมากเท่าไร ก็ยิ่งลดโอกาสเกิดปัญหาหลังย้ายเข้าได้มากขึ้น ควรเข้าดูสถานที่จริง ถามรายละเอียดทุกอย่างให้ชัดเจน และเก็บหลักฐานต่าง ๆ ไว้อย่างเป็นระบบ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหอพัก อพาร์ตเมนต์ หรือห้องเช่าที่เหมาะกับงบประมาณและไลฟ์สไตล์ สามารถค้นหาข้อมูลห้องพักและเปรียบเทียบตัวเลือกต่าง ๆ ได้ที่ Hahongpak.com เพื่อช่วยให้การหาห้องพักเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น